วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สรรพคุณทางยา ตุ๊กแก


สรรพคุณทางยาของตุ๊กแกบ้าน (Medicinal Values) (ความเชื่อ)

              ตุ๊กแก มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายในจีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง, ไต้หวัน และเวียดนาม และชาวเอเชียที่มีเชื้อสายจีนที่อยู่ตามประเทศต่าง ๆ ก็นิยมรับประทานตุ๊กแก เพราะ มีความเชื่อว่า เนื้อของตุ๊กแก โดยเฉพาะส่วนโคนหางมีสารหรือ ฮอร์โมนที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ช่วยบำรุงกำลัง มีการนำตุ๊กแกบ้านตากแห้งไปปรุงอาหาร (ตุ๋น) และนำไป เป็นส่วนประกอบของยาจีนแผนโบราณ (ทำเป็นผงและดองเหล้า) สำหรับเด็กที่มีลักษณะผอมแห้งไม่เจริญเติบโต ก็จะให้กินตุ๊กแกสดปรุงเป็นอาหาร หรือตุ๊กแกตากแห้งย่าง (Krueger, 2000 และWarangrat, 1985) ในการแพทย์แผนจีนก็สามารถนำมาใช้เป็นยาตุ๊กแก คือ สำหรับการรักษาโรคมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้, มะเร็งตับ,มะเร็งปอด


              ความเชื่อเรื่องการรับประทานตุ๊กแก ยังคงได้รับความนิยมและแพร่หลาย และมีความต้องการมาขึ้น เพราะมีประวัติศาสตร์ยาวนานเกี่ยวกับการใช้ตุ๊กแกเป็นส่วนผสมของยา “กาบก่าย หรือตุ๊กแกจีน เป็นสัตว์ที่ชาวจีน บันทึกไว้ในตำรายามาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ้อง สรรพคุณของตุ๊กแก มีมากมาย ตุ๊กแกจึงถูกจับทำยามานานนับพันปีแล้ว


ส่วนของตำราไทยเองก็มี

              โดยจับเอาตัวมันมาผ่าท้องเอาเครื่องในออก แล้วนำตุ๊กแกไป ปิ้ง - ย่าง หรือ ตากแห้ง นำดองเหล้าเป็นยา ใช้ดื่มบำรุงร่างกาย แก้โรคปวดข้อ รักษาโรคตานขโมย และช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตได้ดี สมัยโบราณหมอพื้นบ้านแถวภาคเหนือจะนำตุ๊กแก หรือต๊กโต ใช้ผสมยารักษาโรคหอบหืด โดยนำไปตากแห้งแล้วต้มรับประทาน คนจีนนิยมเรียกว่า “กาบก่าย” และตามหลักวิทยาศาสตร์ตุ๊กแกถือเป็นแหล่งโปรตีน ชั้นดี


ตำรับยาจีน

               ตั้งแต่ ราชวงศ์ซ้อง ตำรับยาจีนกว่าพันปีระบุว่า ตุ๊กแกสามารถนำมาทำยา และเป็นส่วนผสมในยาจีนแผนโบราณ บำรุงไต ปอด บำบัดผู้มี อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แก้โรคเบาหวาน หอบหืด โรคผิวหนังและกระทั่งมะเร็ง เป็นต้นเดิมประเทศจีนใช้ตุ๊กแกในประเทศจีน แต่ปัจจุบันตุ๊กแกจีนมีน้อย ด้วยความต้องการ จึงต้องสั่งซื้อตุ๊กแกตากแห้งจำนวนมาก จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จากเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเชีย พม่า ลาว ไทย กัมพูชา ปีละหลายสิบล้านตัว/บริษัทยาระดับแนวหน้าของนครปารีส ประเทศฝรั่งเศส พบว่า ยารักษาโรคเบาหวานชนิดหนึ่งที่มีการพัฒนามาจากน้ำลาของตุ๊กแกสายพันธุ์ Gila จากทะเลทรายแอริโซนา


เวียดนาม
           
               ประเทศเวียดนามขึ้นชื่อในเรื่องการรับประทานสัตว์แปลก เมนูอาหารป่าล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ คือ เมนูเนื้อตุ๊กแก โดยให้เหตุผลว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากร้านอาหารต่างๆ ในเมืองใหญ่ นำไปต้ม ย่าง หรือแล่เนื้อเพื่อนำไปปรุงอาหารสารพัด


               ด้วยกระแสนิยมนำตุ๊กแกมารักษาตามวิถีชาวบ้าน กำลังแพร่หลายทั่วเอเชีย ซึ่งพบรายงานการส่งออกตุ๊กแกไปยังประเทศมาเลเซีย ประเทศจีน และประเทศเกาหลีใต้ เพื่อนำไปสกัดเป็นยาหรือสารกระตุ้นความต้องการทางเพศ อีกทั้งยังทำเป็นยาแผนโบราณ และในช่วงระยะเวลา 3-5 ปี มานี้มีกระแสข่าว ประกาศรับซื้อตุ๊กแกที่มีขนาดใหญ่ ในราคาหลักแสน-หลักล้านบาท เพื่อนำไปสกัดเป็นยา แผนโบราณที่เชื่อว่าสามารถรักษาโรคเอดส์ มะเร็ง วัณโรค หอบหืด หรือโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ ทั้งนี้จากการสำรวจของสำนักข่าวด้านสิ่งแวดล้อมของฟิลิปปินส์พบว่า การค้าตุ๊กแกมีแนวโน้วขยายตัวสูงขึ้น โดยตุ๊กแกน้ำหนัก 300 กรัม สามารถสร้างรายได้ได้มากกว่า 5 หมื่นเปโซ หรือราว 34,000 บาท และในปัจจุบันสามารถสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ และมีการตั้งราคาขายสูงกว่ามาตรฐานด้วย

วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556

House Gecko 100 million animals

การค้าตุ๊กแกบ้านตากแห้งในประเทศไทย

ปัจจุบันตุ๊กแกบ้าน (Gekko gecko) เป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย มีการส่งออกตุ๊กแกบ้านมีชีวิตและตุ๊กแกบ้านตากแห้งไปยังประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา มานานกว่า 30 ปี


ตุ๊กแกบ้านมิได้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.. 2535 และมิได้เป็นสัตว์ในบัญชี (Appendix) ท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna andFlora . CITES) ประเทศไทยจึงมิได้ห้ามหรือควบคุมปริมาณการส่งออกแต่อย่างใด


ประวัติการค้าตุ๊กแกบ้าน
การส่งออกตุ๊กแกบ้านตากแห้งไปยังต่างประเทศได้เริ่มมาตั้งแต่ประมาณปี 2513  แต่มิได้มีการบันทึกข้อมูลไว้ว่าปริมาณการผลิตและการส่งออก มีจำนวนมากน้อยเท่าไร จนกระทั่งประมาณปี 2527 การส่งออกต้องได้รับเอกสารรับรองจากกรมป่าไม้ (เดิม) จึงเริ่มมีข้อมูลปริมาณการส่งออก พบว่าในช่วงระยะเวลา 20 ปี (.. 2527-2546) จำนวนตุ๊กแกบ้านตากแห้งมีจำนวน 1 ล้าน 1 แสนตัว ถึง 5 ล้าน 9 หมื่นตัวในแต่ละปี โดยในปี 2527-2533 ประเทศผู้นำเข้ามี 7 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 3 ประเทศ คือ ฮ่องกง ไต้หวัน และสาธารณรัฐประชาชนจีน
                                        ตุ๊กแกบ้านตากแห้งบรรจุกล่องเตรียมส่งออก

ผู้ริเริ่มการผลิตและส่งออกตุ๊กแกบ้านตากแห้งในประเทศไทย บุคคลผู้นั้น คือ  นางสาวประภา แซ่อึ้ง
นางสาวประภา แซ่อึ้ง ได้ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2547 ณ บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ว่าตนเองเป็นบุคคลแรกในประเทศไทยที่ริเริ่มการผลิตและส่งออกตุ๊กแกบ้านตากแห้งโดยมีสาเหตุมาจากการที่นางสาวประภา ซึ่งขณะนั้นดำเนินธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้าชนิดต่าง ๆ มีการติดต่อกับชาวต่างชาติในปี พ.. 2513 ได้มีนักธุรกิจชาวฮ่องกงมาชักชวนให้ผลิตตุ๊กแกบ้านตากแห้ง โดยนำตัวอย่างตุ๊กแกบ้านตากแห้งที่ทำสำเร็จแล้วจากประเทศจีนมาเป็นตัวอย่าง นางสาวประภา จึงได้นำตัวอย่างนั้นไปเป็นแบบ และฝึกให้ชาวบ้านในตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดราชบุรี ทดลองทำ และจับตุ๊กแกบ้านมีชีวิตจากกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง การผลิตตุ๊กแกบ้านตากแห้งในจังหวัดราชบุรีดำเนินอยู่ประมาณ 3 ปี ตุ๊กแกบ้านเริ่มไม่เพียงพอต่อการส่งออก พ.. 2516 ถึง พ.. 2519 ได้ย้ายโรงงานผลิตไปที่จังหวัดอุบลราชธานี ในขณะเดียวกันได้มีโรงงานอีกแห่งหนึ่งที่จังหวัดสกลนคร ประมาณ ปี 2520 ได้ย้ายโรงงานผลิตมาอยู่ที่อำเภอเมืองจังหวัดสกลนคร เพียงแห่งเดียว พ.. 2520 ถึง พ.. 2532 นางสาวประภา ใช้รถบรรทุกวิ่งรับซื้อตุ๊กแกบ้านจากจังหวัดต่างๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งจังหวัดอุบลราชธานี และบางส่วนมีผู้มาส่งขาย บางรายมาจากภาคเหนือ คือจังหวัดพะเยา ในแต่ละปีช่วงที่มีการผลิตตุ๊กแกบ้านตากแห้ง (กุมภาพันธ์ พฤษภาคม) ในแต่ละวัน โรงงานแห่งนี้จะรับซื้อตุ๊กแกบ้านมีชีวิตเป็นจำนวนหมื่นตัว ถ้าไม่สามารถผลิตได้ทันก็จะผ่าท้อง ควักไส้ล้างทำความสะอาดแล้วเก็บไว้ในห้องเย็น ซึ่งสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้นขนาดใหญ่ ชั้นบนสำหรับเก็บตุ๊กแกบ้านตากแห้ง และชั้นล่างสำหรับเก็บตุ๊กแกบ้านสด ในปี พ.. 2533
                                             อาคารห้องเย็นที่ ..ประภา แซ่อึ้ง เคยเป็นที่เก็บซากตุ๊กแกบ้าน

          นางสาวประภา ได้เลิกธุรกิจนี้ เนื่องจากมีภาระต้องดูแลมารดาซึ่งชราและป่วยอยู่ที่กรุงเทพฯ ในขณะเดียวกันบุคคลต่าง ๆ ที่เคยร่วมงานหรือมีธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและการค้าตุ๊กแกบ้านตากแห้ง ได้เข้ามาประกอบกิจการนี้ มีโรงงานในจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่จังหวัดสกลนคร จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดขอนแก่น โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.. 2527 2528 และมีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ จนปัจจุบัน

แหล่งที่มาของตุ๊กแกบ้าน
ตุ๊กแกบ้านส่วนใหญ่ที่นำมาผลิตตุ๊กแกบ้านตากแห้ง มาจากการจับตุ๊กแกบ้านตามบ้านเรือนอาคารสิ่งก่อสร้าง และต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน  การจับตุ๊กแกบ้าน
                                                            ลักษณะบ่วงไม้ที่ใช้คล้องจับตุ๊กแกบ้าน

                                                            การคล้องจับตุ๊กแกบ้านจากธรรมชาติ


จากการเพาะเลี้ยงจากการศึกษาพบว่าในบางพื้นที่มีการเพาะเลี้ยงตุ๊กแกบ้านในกรงเลี้ยงและมีการนำผลผลิตออกขายให้พ่อค้าที่มาเร่ซื้อบ้าง โดยมีพ่อค้าคนกลางจะขับรถเร่รับซื้อโดยตรงกับชาวบ้านที่จับหรืออาจมีพ่อค้าในท้องที่รวบรวมไว้ขายอีกทอดหนึ่ง ในประเทศไทยพบว่ามีการจับตุ๊กแกบ้านเฉพาะในภาคเหนือ(บางจังหวัด) และภาตะวันออกเฉียงเหนือ (ทุกจังหวัด) แต่ไม่มีการจับในภาคกลางและภาคใต้การผลิตตุ๊กแกบ้านตากแห้งในประเทศไทยมีแหล่งผลิตตุ๊กแกบ้านตากแห้งแหล่งใหญ่ๆ ประมาณ 3 แหล่ง ได้แก่ จังหวัดสกลนครจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดเชียงราย (สีฟ้า, 2548) โดยจะชำแหละตุ๊กแกบ้าน ผ่าท้อง นำอวัยวะภายในออกขึงแผ่โดยไม้ไผ่อบแห้งบรรจุกล่องส่งออกต่างประเทศ






ฤดูกาลการผลิตตุ๊กแกบ้านตากแห้ง
ในรอบ 1 ปี จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการผลิตตุ๊กแกบ้านตากแห้งเพียง 4 เดือน คือ เดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนพฤษภาคม โดยการเริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูกาลผลิตจะเริ่มเร็วหรือ ช้าขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของอากาศ ถ้าอากาศเย็น (อุณหภูมิต่ำ) เกินไปตุ๊กแกจะไม่ออกมาหากิน การจับจะ ทำได้ยาก ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการผลิตตุ๊กแกบ้านตากแห้งในช่วงนี้เนื่องจากเหตุผลหลาย ๆ ประการ คือ
1. เป็นช่วงที่มีแรงงานที่ว่างจากการทำงานประจำ กล่าวคือ เป็นช่วงที่ว่างเว้นจากการทำนา แรงงานเหล่านี้บางส่วนจะรับจ้างทำตุ๊กแกบ้านตากแห้ง และจับตุ๊กแกบ้านมีชีวิตขาย
2. เป็นช่วงเวลาปิดเทอม (ภาคปลาย) ของเด็กนักเรียน เด็กนักเรียนบางคนจะออกจับตุ๊กแกบ้าน เพื่อขายให้พ่อค้าเร่
3. เป็นเวลาที่ภูมิอากาศเหมาะสม อากาศร้อน มีฝนตกบ้างบางวัน แมลงชุกชุมตุ๊กแกบ้านจะออกจากที่ซ่อนออกมาหากินมากกว่าฤดูอื่น ๆ


                        

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

อาหารของตุ๊กแกบ้าน


อาหารของตุ๊กแกบ้าน


                         
       ตุ๊กแกบ้านเป็นสัตว์หากินกลางคืน (Nocturnal) กินอาหารที่เป็นสัตว์และต้องเป็นสัตว์ที่ยังมีชีวิตได้แก่ แมลงต่างๆ และสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังที่ขนาดเล็กกว่า ตุ๊กแกบ้านมีลำตัวทรงกระบอ(Cylindrical)ค่อนข้างแบน หัวขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับลำตัว ดวงตากลมโตโปนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการมองหาอาหารม่านตาปิดเปิดในแนวตั้งตรง เปลือกตาเชื่อมกันและโปร่งแสง แขนขามีการพัฒนามาก ใต้นิ้วเท้าแต่ละนิ้วจะมีแผ่นบางๆ (lamellae หรือ pads) เรียงซ้อนกัน ซึ่งแผ่นบางๆ นี้แต่ละแผ่นจะมี setae ซึ่งเป็นเซลซึ่งมีตะขอ(hook) ขนาดเล็กทำให้ตุ๊กแกบ้านสามารถเกาะติดกับพื้นผิวที่เรียบ เช่น แผ่นกระจกและฝ้าเพดานได้ (Obst, 1988)ปลายนิ้วจะมีเล็บช่วยเกาะเกี่ยวในการปีนป่าย (Obst, 1988; Corl, 1999) ผิวหนังจะมีเกล็ดเป็นตุ่มลักษณะนุ่มเมื่อสัมผัส ผิวหนังมีสีเทา เทาแกมฟ้า และมีจุดสีส้ม (สีอิฐ) เทาและขาว กระจายทั้งตัวตลอดหางโดยหางจะมีการเรียงตัวของจุดเป็นแถบๆ (band) สีผิวจะปรับเปลี่ยนให้จางลงหรือเข้มขึ้นตามสภาพแวดล้อมเพื่ออำพรางเหยื่อและศัตรู
 

 

                       พฤติกรรมการกินอาหารของตุ๊กแกบ้าน

             ในเวลากลางวันตุ๊กแกบ้านจะหลบตามซอกหลืบของอาคารบ้านเรือน และตามโพรงต้นไม้ช่วงเวลากลางคืนระหว่าง 17.00-19.00 . จะออกจากที่ซ่อนมาหากิน อาหารได้แก่ แมลงในอันดับLepidoptera (พวกผีเสื้อกลางคืน) Orthoptera (พวกตั๊กแตนและจิ้งหรีด) Ordonta (พวกแมลงปอ)Hymenoptera (พวกผึ้ง) Isoptera (พวกปลวก) Lepidoptera (พวกผีเสื้อ) และ Coleoptera(พวกแมลงปีกแข็ง) ถ้าแมลงมากจึงจะออกมามาก ตุ๊กแกบ้านชอบกินแมลงเม่า (Termite alates)มากกว่าแมลงอื่นๆ อาจเนื่องจากแมลงเม่ามีคุณค่าทางอาหารมากกว่าแมลงชนิดอื่น และบินไม่เก่งง่ายต่อการจับนอกจากนี้ตุ๊กแกบ้านยังกินสัตว์มีกระดูกสันหลัง อาทิ กิ้งก่า รูปแบบการหาอาหารของตุ๊กแกบ้านจะรอคอยเหยื่อ(sit and wait foraging) มากกว่าที่จะตระเวนหาเหยื่อ (widely foraging) (Aowphol, 2002)




การขยาพันธ์ "ตุ๊กแกบ้าน"

การขยาพันธ์ "ตุ๊กแกบ้าน"

 ความแตกต่างระหว่าง ตุ๊กแกบ้าน เพศผู้ และเพศเมีย

ตุ๊กแกบ้านตัวผู้ ตัวเต็มวัย (ภาพบน)
ตุ๊กแกบ้านตัวผู้ที่ยังเป็นวัยอ่อน (ภาพล่าง)

1. ตุ๊กแกบ้านเพศผู้   เมื่อโตเต็มวัยจะมีความยาวจากปลายปากถึงก้นยาวกว่าเพศเมีย คือเพศผู้จะมีความยาวจากปลายปากถึงก้น 124.7-193.0 มิลลิเมตร  โคนหางของตัวผู้จะอวบใหญ่กว่า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการผสมพันธ์และใช้ในการป้องกันอาณาเขต  โดยใช้หางเคาะพื้นผนัง และในเวลาที่อยู่ในภาวะคับขันหรือถูกศัตรูงับหาง ตุ๊กแกบ้านสามารถสลัดหางให้หลุดได้ หางที่หลุดจะยังคงเคลื่อนไหวหลอกให้ศัตรูหลงกลเพื่อให้มีเวลาหลบหนีได้ เนื้อเยื่อบริเวณหางที่หลุดได้นี้เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งมีการปรับตัวให้ขาดออกจากกันได้  และทันทีที่หางหลุดออกเส้นประสาทจะสั่งการให้เส้นเลือดหดตัว ทำให้เลือดที่มาบริเวณนี้หยุดไหลทันที หางจะสามารถงอกทดแทนใหม่ได้ในเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ แต่ขนาด สี และลวดลายจะไม่เหมือนเดิมเห็นรอยต่อและความแตกต่างจากหางเดิมชัดเจน หางที่เกิดทดแทนขึ้นใหม่ นี้สามารถหลุดโดยขบวนการนี้ได้อีก


2. ตุ๊กแกบ้านเพศเมีย จะมีความยาวจากปลายปากถึงก้น 97.0-151.3 มิลลิเมตร

ลักษณะอีกอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างตุ๊กแกบ้านเพศผู้และเพศเมีย

1. ตุ๊กแกบ้านเพศผู้จะมีต่อมหน้าทวารร่วมเจริญชัดเจน แต่ละตุ่มจะเรียงต่อเป็นแถวเหนือรูก้น และมีจำนวน 10-24 ตุ่มขึ้นอยู่กับแต่ละตัว

2. ตุ๊กแกบ้านเพศเพศเมียตุ่มนี้จะไม่เจริญ

3. ตุ๊กแกบ้านที่ยังไม่โตเต็มวัยจะต่างจากตัวโตเต็มวัยคือ ขนาดความยาวจากปลายปากถึงก้นประมาณ 63.2-95.0 มิลลิเมตร หางจะมีแถบสีฟ้าสลับขาว


การขยายพันธ์

           ตุ๊กแกบ้าน ผสมพันธุ์ด้วยการปฏิสนธิภายในร่างกาย โดยการผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียวจากตัวผู้ ก็ทำให้ตัวเมียสามารถ ออกไข่ครั้งละ 2-24 ฟอง และสามารถวางไข่ได้หลายครั้งในรอบปี โดยการวางไข่ติดกับพื้นผิวผนังไว้แน่นในบริเวณที่มันคิดว่าปลอดภัยที่สุด ไข่มีสีขาวคล้ายไข่เป็ด

 
            ในช่วงฤดูผสมพันธ์ซึ่งมีระยะเวลา 4-5 เดือน ตุ๊กแกบ้านเพศผู้จะส่งเสียงร้อง .ตุ๊ก-แก. ซ้ำๆ เพื่อดึงดูด เพศเมีย เพศผู้จะเข้าหาเพศเมียกัดยึดเพศเมียบริเวณลำคอในขณะผสมพันธ์ หลังผสมพันธ์แล้วเพศเมียจะหาที่วางไข่ โดยจะวางไข่ทุกๆ เดือน ไข่จะมีเปลือกหนา รูปร่างรีไข่ครั้งละ 1-2 ฟองโดยตัวเมียหลายตัวอาจจะมาไข่รวมในที่ใกล้ๆ กัน ทั้งพ่อและแม่จะช่วยกันดูแลไข่ ไข่จะติดแน่นกับฝาผนัง และจะฟักออกจากไข่ในระยะเวลา 60-200 วัน ในเวลาประมาณ 1 ปี ลูกตุ๊กแกจะโตเต็มวัย




        



ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ"ตุ๊กแก"



ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ "ตุ๊กแก"

ชื่อวิทยาศาสตร์ Gekko gecko
อันดับ SQUAMATA
วงศ์ Gekkonidae Gray,1825
ชื่อสามัญ Tokay Gecko
ชื่อพื้นบ้าน ตุ๊กแกบ้าน

ตุ๊กแกบ้านนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า ตุ๊กแก หรือ ต๊กโต ในภาษาเหนือ หรือ กั๊บแก ในภาษาอีสาน เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง สามารถปรับสีได้ตามสภาพแวดล้อมที่อาศัย ดวงตามีสีเขียวขนาดใหญ่ไม่มีเปลือกตาปกปิด ออกหากินในเวลากลางคืน โดยกินแมลงเป็นอาหารหลัก และอาจกินสัตว์ขนาดเล็กอย่างอื่นเป็นอาหารได้ด้วย เช่น ไข่นกหรือลูกนก, นกขนาดเล็ก, หนูหรือสัตว์ฟันแทะขนาดเล็ก เป็นต้น


ลักษณะทั่วไป-ความยาวจากปลายจมูกถึงช่องเปิดทวารประมาณ 180 มิลลิเมตร
-ความยาวจากปลายจมูกถึงปลายหางประมาณ 350 มิลลิเมตร
-หัวโต เกล็ดลำตัวเป็นรูปหลายเหลี่ยม
-หัวและลำตัวด้านบนสีเทาอมฟ้า หัวมีลายจุดสีแดงหรือสีส้ม ลำตัวมีลายจุดสีส้มกระจายทั่วไป และมีลายจุดสีเทาและสีขาวเรียงเป็นแถวตามแนวขวางลำตัว
-หางมีลายสีเทาอมฟ้าสีเข้มสลับสีอ่อน
-ท้องสีขาวอมเทา อาจมีจุดสีส้ม
-เพศผู้มี Preanal Pore ข้างละ5-12 รู
-น้ำหนักโดยเฉลี่ยต่อตัวราว 1 ขีด


แหล่งที่พบตุ๊กแกบ้านพบได้ทั่วไปในประเทศไทยและภูมิภาคใกล้เคียง โดยเฉพาะภาคกลาง ตุ๊กแกจะอาศัยอยู่ทั้งในบริเวณพื้นที่ที่เป็นป่าและในบริเวณบ้านเรือนของมนุษย์ ชอบหลบอยู่ตามมุมมืดปราศจากการรบกวน ออกลูกเป็นไข่และมีนิสัยชอบร้องเสียง "ตุ๊กแก..ตุ๊กแก" ติดต่อกัน ตีนของตุ๊กแกสามารถเกาะไต่ผนังได้อย่างเหนียวแน่น เนื่องจากมี "เซต้า" ลักษณะเป็นขนมีมากว่า 1,000 เส้นบนฝ่าเท้าตุ๊กแก แต่ละเส้นที่บริเวณปลายแตกกิ่งก้านสาขาออกไปอีกมากกว่า 1,000 แฉก แต่ละแฉกมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 200 นาโนเมตร

นิสัยตุ๊กแกบ้านตุ๊กแกเป็นสัตว์ที่มีนิสัยดุ ชอบกัดกันเองและมีพฤติกรรมกินพวกเดียวกันด้วย อาจถึงขั้นกัดอวัยวะเพศของเด็กชายขาดได้ ตุ๊กแกโดยทั่วไปเป็นที่รับรู้กันว่า เป็นสัตว์ที่น่ารังเกียจเนื่องจากมีรูปร่างหน้าตาที่น่าเกลียด น่ากลัว ประกอบกับอุปนิสัยที่ดุร้าย แต่ก็มีผู้ที่นิยมชมชอบเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลายหรือสัตว์แปลก ๆ เลี้ยงตุ๊กแกเป็นสัตว์เลี้ยงก็มี